ข้ามไปเนื้อหาหลัก
Buddy Camera

เปรียบเทียบรุ่น

Insta360 GO Ultra vs DJI Osmo Nano เช่ากล้องจิ๋วรุ่นไหนดี

เทียบกล้องจิ๋วติดตัว Insta360 GO Ultra กับ DJI Osmo Nano เรื่องน้ำหนัก ความละเอียด กันน้ำ และแบตเตอรี่ สำหรับถ่ายมุมมองตัวเองแบบไม่ต้องถือกล้อง

อัปเดต วันพุธที่ 30 กันยายน 2569 อ่าน 2 นาที

สรุปก่อน: ควรเช่ารุ่นไหน

ทริปของคุณแนะนำ
ว่ายน้ำหรือเล่นน้ำทะเลDJI Osmo Nano
อยากได้ภาพนิ่งละเอียดInsta360 GO Ultra
ถ่ายสโลว์โมชัน 1080p 240fpsInsta360 GO Ultra
ใช้แอป DJI Mimo อยู่แล้วDJI Osmo Nano
อยากประหยัดค่าเช่าDJI Osmo Nano

GO Ultra เริ่มต้นวันละ 450 บาท และ Osmo Nano วันละ 400 บาท ทั้งคู่ไม่คิดค่าเช่าวันรับและวันคืน ถ้างบน้อยกว่านี้ดู Insta360 GO 3S วันละ 350 บาท

ตารางเปรียบเทียบ

หัวข้อInsta360 GO UltraDJI Osmo Nano
ค่าเช่าเริ่มต้น฿450 / วัน฿400 / วัน
วิดีโอสูงสุด4K 60fps, 1080p 240fps4K 60fps (16:9), สโลว์โมชัน 4K 120fps
ภาพนิ่งสูงสุด 50MPประมาณ 35MP
น้ำหนักตัวกล้อง 52.9 g / Action Pod 108.5 gตัวกล้อง 52 g / Vision Dock 72 g
แบตเตอรี่ตัวกล้อง 500 mAh ใช้งาน 70 นาที / ต่อ Action Pod 200 นาทีตัวกล้อง 530 mAh ใช้งาน 90 นาที / ต่อ Vision Dock 200 นาที
หน่วยความจำใช้การ์ด microSD (สูงสุด 2 TB)ไม่ได้ระบุ
เซนเซอร์ไม่ได้ระบุCMOS 1/1.3 นิ้ว
กันน้ำไม่ได้ระบุตัวกล้อง 10 m (ต่อกับ Vision Dock กันละอองน้ำ IPX4)
กันสั่นไม่ได้ระบุRockSteady 3.0, HorizonBalancing
หน้าจอไม่ได้ระบุทัชสกรีน 1.96 นิ้ว
เหมาะกับกล้องจิ๋วหนักราว 53 กรัม ติดเสื้อหรือหนีบกับอะไรก็ได้ ถ่าย 4K 60fps เหมาะกับถ่ายมุมมองตัวเอง (POV) แบบไม่ต้องถือกล้องกล้องจิ๋ว 52 กรัม กันน้ำ 10 เมตร ถ่าย 4K 60fps ติดตัวถ่ายมุมมองตัวเองได้ ถอดจาก Vision Dock ไปใช้เดี่ยว ๆ ก็ได้

ที่มาสเปก: หน้าสเปกของผู้ผลิตตามที่ลิงก์ไว้ในหน้าแต่ละรุ่น

ต่างกันตรงไหนบ้าง

น้ำหนักและการใช้งาน

ผู้ผลิตระบุว่าตัวกล้อง GO Ultra หนัก 52.9 กรัม และ Osmo Nano หนัก 52 กรัม ใกล้เคียงกันมาก ทั้งสองรุ่นใช้แบบเดียวกัน คือถอดตัวกล้องออกมาติดเสื้อ หมวก หรือกระเป๋า แล้วใส่กลับเข้าตัวต่อ (Action Pod ของ GO Ultra หรือ Vision Dock ของ Nano) เพื่อดูภาพ ชาร์จ และใช้งานนานขึ้น

ความละเอียด

ทั้งสองรุ่นถ่ายวิดีโอได้ถึง 4K 60fps ตามหน้าสเปกของผู้ผลิต GO Ultra ถ่ายภาพนิ่งได้สูงสุด 50MP และสโลว์โมชัน 1080p 240fps ส่วน Osmo Nano ใช้เซนเซอร์ 1/1.3 นิ้ว ภาพนิ่งประมาณ 35MP และสโลว์โมชัน 4K 120fps

กันน้ำ

ผู้ผลิตระบุว่าตัวกล้อง Osmo Nano กันน้ำได้ 10 เมตร (เมื่อต่อกับ Vision Dock กันได้แค่ละอองน้ำ) หน้าสเปกของ GO Ultra ที่เราใช้อ้างอิงไม่ได้ระบุความลึกกันน้ำ ถ้าทริปของคุณต้องลงน้ำ เลือก Osmo Nano ไว้ก่อน

แบตเตอรี่

GO Ultra ตัวกล้องใช้งานได้ 70 นาที และ 200 นาทีเมื่อใช้คู่กับ Action Pod ส่วน Osmo Nano ตัวกล้องใช้งานได้ 90 นาที และ 200 นาทีเมื่อต่อกับ Vision Dock

ข้อสรุป

  • เลือก GO Ultra ถ้าอยากได้ภาพนิ่งละเอียดและสโลว์โมชันลื่น ๆ
  • เลือก Osmo Nano ถ้าจะลงน้ำ หรืออยากประหยัดค่าเช่า

อ่านต่อ เช่ากล้องถ่ายวิ่ง ปั่นจักรยาน และกีฬา และ เช่ากล้องไปญี่ปุ่น รุ่นไหนดี

เช็กคิวว่าง